แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ต้นไม้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ต้นไม้ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2552

3 หว้า

หว้า ชาวฮินดูเรียก “จามูนะ” หรือ “จามาน” มีส่วนเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติอยู่ 3 ตอน



ในตอนแรก คือเมื่อทรงมีพระชนมายุได้ 8 ชันษา ในปีนั้นพระบิดาทรงจัดให้มีพระราชพิธีจรดพระนังคัล แรกนาขวัญ ที่ทุ่งนานอกเมืองกบิลพัสดุ์ ซึ่งพระเจ้าสุทโธทนะทรงเป็นพระยาแรกนาด้วยพระองค์เอง และทรงโปรดให้พระราชโอรสเสด็จตามด้วย


ทรงประทับอยู่ใต้ต้นหว้า ซึ่งปฐมสมพธิเรียกว่า “ต้นชมพูพฤกษ์” เมื่อถึงเวลาแรกนา เหล่านางพระกำนัล ต่างชวนกันไปดูพระราชพิธีกันหมด ทิ้งพระองค์ไว้เพียงพระองค์เองใต้ต้นไม้ใหญ่ อันกวีท่านพรรณนาว่า “กอปรด้วยสาขาแลใบ อันมีพรรณอันเขียวประหนึ่งอินทนิลคีรี มีปริมณฑลร่มเย็นเป็นรมณียสถาน” ด้วยพระทัยที่บริสุทธิ์ อันจะได้บรรลุโพธิญาณ เมื่อได้อยู่ในสถานอันวิเวก จึงเจริญสมาธิจนบรรลุ “ปฐมฌาน” เป็นครั้งแรกใต้ต้นหว้านั้นเอง



ขณะนั้นแม้เป็นเวลาบ่ายคล้อย เงาต้นหว้ากลับไม่ได้ทอดคล้อยตามแสงตะวันไป หากทิ้งลงใต้ต้นราวกับเป็นเวลาเที่ยงวัน พระพี่เลี้ยงซึ่งวิ่งกลับมาหาเจ้าชายสิทธัตถะเห็นดังนั้น จึงวิ่งกลับไปทูลพระราชบิดา


พระเจ้าสุทโธทนะ เมื่อเสด็จมาทอดพระเนตร ถึงกับไหว้พระโอรสของพระองค์เองเป็นครั้งที่ 2 ด้วยความปิติในความอัศจรรย์


ต่อการที่พระราชบิดาวันทาพระโอรสนี้ มีเหตุให้เกิดขึ้น 3 ครั้ง



ครั้งแรกหลังจากที่เจ้าชายประสูติ อสิตดาบส หรือ กาฬเทวินดาบส ซึ่งเป็นฤาษีมีที่พำนักอยู่เชิงเขาหิมพานต์ หรือหิมาลัย ได้มาถวายพระพร เมื่อได้เห็นพระลักษณะเจ้าชายต้องตามตำรับมหาบุรุษลักษณ์ ก็แสดงอาการผิดสมณะ 3 อย่างคือ ยิ้มแย้ม(บางที่ว่าหัวเราะ) ร้องไห้ และก้มลงกราบพระบาทพระราชกุมาร


ที่ท่านแย้ม เพราะบุรุษลักษณะเช่นนี้ หากเป็นฆราวาส จะเป็นมหาจักรพรรดิที่เกรียงไกร หากเป็นนักบวช จะได้เป็นศาสดาเอก ที่ท่านร้องไห้ เพราะท่านแน่ใจว่า เจ้าชายจะออกบวช และเสียดายที่ตนมีอายุไม่ยืนยาวพอที่จะได้ฟังธรรมที่ราชกุมารประกาศ และที่ท่านกราบพระกุมาร ก็ด้วยเหตุต่างๆเหล่านี้


พระเจ้าสุทโธทนะ เมื่อเห็นพระดาบสไหว้พระโอรส จึงไหว้ตาม นั้นเป็นครั้งแรก



ครั้งสุดท้ายคือเมื่อเสด็จกลับไปเยี่ยมพระราชบิดาตามคำอาราธนา นับเป็นครั้งแรกที่เสด็จสู่กรุงกบิลพัสดุ์หลังจากที่ทรงตรัสรู้


อีกเหตุการณ์หนึ่งของต้นหว้าคือ หลังจากที่ทรงแสดงพระธรรมวินัยจนมีสาวกบรรลุพระอรหันต์ได้ 60 รูป ทรงส่งพระอรหันต์ทั้ง 60 รูปนั้นไปประกาศพระศาสนา ส่วนพระองค์เอง ได้เสด็จกลับไปยังอุรุเวลาเสนานิคมอีกครั้ง เพื่อแสดงธรรมต่อชฎิล 3 พี่น้อง ซึ่งมีอิทธิพลต่อความเชื่อของประชาชนอย่างมากในช่วงเวลานั้น



ชฎิลพี่ชายใหญ่ คืออุรุเวลกัสสป ตั้งอาศรมบำเพ็ญพรต ประกาศตนเป็นพระอรหันต์ บูชาไฟอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชราตอนเหนือ ได้ทูลนิมนต์ภัตตกิจ พระพุทธองค์ตรัสให้พระฤาษีเดินทางไปก่อน ในขณะนั้นเอง ทรงเหาะไปเก็บผลไม้ในป่าหิมพานต์ แล้วเสด็จไปถึงโรงเพลิง ก่อนที่พระฤาษีจะไปถึง



ในโรงไฟ ทรงปราบพญานาคที่อุรุเวลกัสสปบูชาจนสิ้นฤทธิ์ จนเวลาต่อมา ชฎิลทั้ง 3 พี่น้อง พากันเลิกพิธีบูชาไฟ หันมาเป็นภิกษุในพระธรรมวินัยที่พระองค์ค้นพบ


หว้า คือหนึ่งในผลไม้ที่ทรงเก็บมานั้นเอง



อีกตอนหนึ่งคือหลังจากที่ทรงบำเพ็ญทุกกรกิริยา แล้วยังไม่ทรงพบหนทางบรรลุโพธิญาณ ทรงมีพระดำริถึงเหตุการณ์ใต้ต้นหว้าเมื่อครั้งยังพระเยาว์ ว่าขณะนั้น ทรงอยู่ใต้ร่มเงาหว้าเพียงลำพังพระองค์ ทรงสงัดจาดกาม จากอกุศลธรรมทั้งหลาย บรรลุปฐมฌานอันเกิดแต่ความวิเวก นั่นคงเป็นหนทางแห่งการตรัสรู้กระมัง หากร่างกายผ่ายผอม จะบรรลุความสุขอย่างนั้นคงไม่ง่าย “ ถ้ากระไร เราพึงบริโภคอาหารหยาบ คือข้าวสุกและขนมสดเถิด”



...................................................................


อ้างอิงเรื่อง และรูป


เหม เวชกร สมุดภาพพระพุทธประวัติ ธรรมสภา 35/270 จรัลสนิทวงศ์ 62 บางพลัด บางกอกน้อย กรุงเทพ


เสถียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต สิ่งแรกในพระพุทธศาสนา เกษมอนันต์พริ้นติ้ง 02-809-7452-4


ศาสตรจารย์ พเยาว์ เหมือนวงษ์ญาติ ไม้พุทธประวัติ สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด้จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชวังดุสิต กรุงเทพ


พนิตา อังจันทรเพ็ญ พระพุทธประวัติ สมุดภาพจิตรกรรมไทยเฉลิมพระเกียรติ 81 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ธรรมสภา 1 / 4-5 ถ.บรมราชชนนี เขตทวีวัฒนา กรุงเทพ


วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2552

1 บัว

เมื่อดิฉันได้หนังสือ “ไม้พุทธประวัติ” อันเป็นหนังสือในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ผู้เขียนได้นำพันธ์ไม้แต่ละชนิด และเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องตามพุทธประวัติ เสนอร่วมกันอย่างน่าสนใจ ดิฉันจึงเกิดความคิดอยากเขียนเรื่องเกี่ยวกับพรรณไม้ในพุทธประวัติ โดยเน้นที่เหตุการณ์ตามพุทธประวัติมากกว่าพรรณไม้ ตามหลักฐานที่พอหาได้ อันอาจเป็นสาระที่สร้างความศรัทธาในพระศาสนาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น


จึงรวบรวมเนื้อหาโดยยึดเนื้อความหลักจาก “สมุดภาพพุทธประวัติ” ที่วาดโดยครูเหม เวชกร ซึ่งสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณฯ (ปุ่น ปุณฺณสิริ) สมเด็จพระสังฆราช วัดพระเชตุพน เมื่อครั้งทรงสมณศักดิ์เป็นพระธรรมวโรดมโปรดให้วาดตามหนังสือปฐมสมโพธิ ฉบับสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส วัดพระเชตุพน หนังสือ “ไม้พุทธประวัติ” ซึ่งเรียบเรียงโดยศาสตราจารย์ ดร. พเยาว์ เหมือนวงษ์ญาติ และเล่มอื่นๆเข้าด้วยกัน แล้วเรียบเรียงระเรื่อยตามเหตุการณ์


หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อพุทธศาสนิกชนบ้างตามสมควรนะคะ

1 บัว

บัว เป็นดอกไม้ที่เกี่ยวข้องกับพุทธประวัติอยู่หลายตอน

เหตุการณ์แรก เมื่อพระโพธิสัตว์ ซึ่งต่อมาคือเจ้าชายสิทธัตถะ เสด็จจากสวรรค์ชั้นดุสิตเพื่อเข้าสู่พระครรภ์พระมารดา วันที่เสด็จลงมาบังเกิดนั้น ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8



คืนนั้น พระนางสิริมหามายา พระมาดาทรงมีพระสุบินนิมิตว่า พระนางได้เข้าไปอยู่ในป่าหิมพานต์ ได้มีช้างเผือกเชือกหนึ่ง ลงมาจากยอดเขาสูง เข้ามาหาพระนาง

ปฐมสมโพธิ พรรณนาเหตุการณ์ตอนนี้ไว้ว่า


“มีเศวตหัตถีช้างหนึ่ง...ชูงวงอันจับปทุมชาติสีขาว มีเสาวคนธ์หอมฟุ้งตรลบ แล้วร้องโกญจนาทเข้ามาในกนกวิมาน แล้วกระทำประทักษิณพระองค์อันบรรทมถ้วนครบสามรอบแล้ว เหมือนดุจเข้าไปในอุทรประเทศ ฝ่ายทักษิณปรเศว์แห่งพระราชเทวี...”


ในขณะนั้น ได้เกิดบุพนิมิตขึ้น 32 ประการ ประการที่เกี่ยวกับดอกบัวคือ มีดอกบัวปทุมชาติหรือบัวหลวง 5 ชนิด อันได้แก่



สัตตบุษย์ หรือ บัวฉัตรขาว


บัวเข็มชมพู


บุณฑริก หรือ บัวหลวงขาว


ปทุม หรือ บัวหลวงชมพู


สัตตบงกช หรือบัวหลวงป้อมแดง

เหล่าปทุมชาติ เกิดดารดาษไปในน้ำและบนบกอย่างหนึ่ง ผุดงอกขึ้นจากแผ่นหินแห่งละเจ็ดดอกอย่างหนึ่ง และต้นพฤกษาลดาชาติ ก็เกิดดอกบัวออกตามลำต้นและกิ่งก้านอีกอย่างหนึ่ง


ต่อมา เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะประสูติ เมื่อทรงก้าวลงจากพระครรภ์ ทรงผินพระพักตร์ไปยังทิศอุดร ชี้พระดรรชนีขึ้นฟ้า แล้วเสด็จดำเนินไป 7 ก้าว แต่ละก้าวมีดอกบัวผุดขึ้นมารองรับ และทรงเปล่งอาสภิวาจา(วาจาอย่างองอาจ)ว่า เราเป็นผู้เลิศของโลก เป็นผู้ใหญ่ที่สุดของโลก เป็นผู้ประเสริฐที่สุดของโลก นี้เป็นการเกิดครั้งสุดท้าย ไม่มีการเกิดใหม่อีกต่อไป


ดอกบัวที่ผุดขึ้นมารับพระบาทนี้ หมายถึงพระองค์จะเป็นผู้บริสุทธิ์ ปราศจากกิเลสโดยสิ้นเชิง (ซึ่งเสถียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิตบอกว่า ในพระไตรปิฎกไม่ได้พูดถึง แต่มีเพิ่มขึ้นภายหลัง)


ราชบัณฑิตยังให้ความเห็นเกี่ยวกับการที่พระพุทธองค์สามารถตรัสได้ทันทีที่ประสูติต่อคำถามที่ว่า เป็นเพียงสัญลักษณ์เปรียบเทียบถึงอะไร หรือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ท่านตอบว่ามีเขียนไว้ในพระไตรปิฎก โดยพระพุทธองค์ตรัสเล่าให้สาวกฟังด้วยพระองค์เอง โดยทรงสรุปสั้นๆว่า “เป็นธรรมดาของพระโพธิสัตว์” โดยท่านยกขึ้นเปรียบเทียบกับเด็กชายที่ได้บันทึกไว้ในกินเนสส์บุค คือ คริสเตียน ไฮเนเก้น ที่เกิดมาสองชั่วโมงก็พูดได้ อายุ 4 ขวบ ก็พูดได้ 7 ภาษา พออายุ 7 ขวบ สามารถแสดงปาฐกถาเรื่องอภิปรัชญาชั้นสูงให้ที่ประชุมปราชญ์ได้ทึ่ง


เหตุการณ์ที่สาม เมื่อทรงมีพระชนมายุได้ 7 พรรษา พระราชบิดาโปรดให้ขุดสระโบกขรณี 3 สระ สำหรับให้ทรงลงเล่นน้ำ โดยปลุกอุบลบัวขาบสระหนึ่ง ปทุมบัวหลวงสระหนึ่ง และบุณฑริกบัวขาวอีกสระหนึ่ง ครั้นเมื่อพระองค์ได้อภิเษกสมรสกับพระนางยโศธรา พิมพา ต่อมา พระนางทรงพระครรภ์ ทรงทราบข่าวการมีประสูติกาลของพระโอรส (คือพระราหุล) ที่ริมสระบัว


และเมื่อทรงตรัสรู้ ทรงเปรียบเวไนยสัตว์ อุปมาดังบัว สี่เหล่า คือ


เหล่าที่ 1 อุคคติตัญญูบุคคล คือผู้มีกิเลสเบาบาง มีปัญญา เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถเข้าใจได้ในทันที เปรียบเหมือนบัวที่โผล่พ้นน้ำ พอต้องแสงอาทิตย์ ก็บานทันที


เหล่าที่2 วิปัจจิคัญญูบุคคล กิเลสค่อนบ้างน้อย อินทรีย์ปานกลาง หากได้ฟัง และมีการอธิบายซ้ำอีกครั้งก็จะเข้าใจ เปรียบเหมือนบัวที่อยุ่พอดีกับผิวน้ำ พร้อมที่จะบานในวันต่อไป


เหล่าที่ 3 เนยยบุคคล ผู้ที่มีกิเลสปานกลาง ต้องหมั่นศึกษา คบกัลยาณมิตร จึงจะสามารถรู้ธรรม เปรียบเหมือนบัวที่ยังจมอยู่ในน้ำ คอยวันโผล่พ้นน้ำ เพื่อที่จะบานในวันต่อๆไป


เหล่า 4 ปทปรมบุคคล ผู้ที่มีกิเลสหนา ปัญญาทึบ ไม่สามารถบรรลุธรรมวิเศษได้ เปรียบเสมือนบัวที่จมอยุ่ใต้น้ำลึก ไม่สามารถโผล่พ้นน้ำขึ้นมาได้ รังแต่จะเป็นอาหารของเต่าปลาต่อไป


อีกเหตุการณ์หนึ่งคือ ครหพินน์เจ็บใจที่สิริตุตถ์หลอกอาจารย์เดียรถีร์ของตนให้ตกลงไปในหลุมอุจจาะ จึงคิดแก้แค้น หลอกพระพุทธเจ้าอันเป็นอาจารย์ของสิริคุตถ์บ้าง โดยล่อให้ตกลงไปในหลุมที่ก่อไฟด้วยไม้ตะเคียน ปรากฏว่ามีดอกบัว ผุดขึ้นมารับพระบาทพระองค์


เหล่านี้คือเรื่องราวของ “บัว” ที่เกี่ยวข้องในพุทธศาสนาค่ะ


............................................


อ้างอิงเรื่อง และรูป


เหม เวชกร สมุดภาพพระพุทธประวัติ ธรรมสภา 35/270 จรัลสนิทวงศ์ 62 บางพลัด บางกอกน้อย กรุงเทพ


เสถียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต สิ่งแรกในพระพุทธศาสนา เกษมอนันต์พริ้นติ้ง 02-809-7452-4


ศาสตรจารย์ พเยาว์ เหมือนวงษ์ญาติ ไม้พุทธประวัติ สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด้จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชวังดุสิต กรุงเทพ


สุปรียา จันทะเหล่า บัว1 อัมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) 65/101-103 ถ.ชัยพฤกษ์ ตลิ่งชัน กรุงเทพ 10170