แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พุทธศาสนา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พุทธศาสนา แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2552

24 ตะเคียน

ตะเคียน เกี่ยวข้องกับพุทธประวัติอยู่ 2 ครั้ง


ครั้งหนึ่งคือพวกเดียรถีย์ทำยมกปาฏิหาริย์แข่งกับพระพุทธองค์ จึงตระเตรียมมณฑลอันมีเสาที่ทำด้วยไม้ตะเคียน


อีกครั้งคือ สิริคุตถ์หลอกนิครนห์ผู้เป็นอาจารย์ของครหพินน์ตกลงไปในหลุมอุจจาระ ครหพินน์จึงคิดแก้แค้นพระพุทธองค์ซึ่งเป็นอาจารย์ของศิริคุตถ์บ้าง โดยทำหลุมไฟอันมีไม้ตะเคียนเป็นเชื้อเพลิง แล้วมีกระดานกลปิดไว้ที่ปากหลุม เมื่อพระพุทธองค์เสด็จไปถึงหลุมไฟนั้น ก็มีดอกบัวมารองรับพระบาทมิให้ได้รับอันตราย

............................................................


ศาสตรจารย์ พเยาว์ เหมือนวงษ์ญาติ ไม้พุทธประวัติ สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด้จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชวังดุสิต กรุงเทพ


22 สมอ

สมอ มีชื่อบาลีว่า หรีตก (หะ-รี-ตะ-กะ) ,หรีตกี (หะ-รี-ตะ-กี), หรีตโก(หะ-รี-ตะ-โก) และอภยา (อะ-พะ-ยา)


หลังจากที่พระพุทธองค์ตรัสรู้ ได้เสวยวิมุตสุขใต้ต้นไม้


พระอินทร์เห็นว่าพระพุทธองค์ควรจะเสวยพระกระยาหารบ้าง


จึงนำผลสมอทิพย์มาถวาย


.......................................................................


อ้างอิงเรื่องและรูป


ศาสตรจารย์ พเยาว์ เหมือนวงษ์ญาติ ไม้พุทธประวัติ สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด้จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชวังดุสิต กรุงเทพ


วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2552

7 โพธิ์

ต้นโพธิ์ เกี่ยวข้องกับพระพุทธองค์เป็นอย่างมาก และมีความสำคัญต่อชาวพุทธมาจนปัจจุบัน ชื่อเดิมคือต้นปีปปัน (papal) หรืออัสสัตถพฤกษ์ ต่อมาถูกเรียกว่าต้นโพธิ์ อันแปลว่าต้นไม้เป็นที่อาศัยตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า



ต้นโพธิ์เป็นหนึ่งในสหชาติทั้ง 7 คือเกิดพร้อมกันกับพระพุทธองค์ นั่นคือ


1 พระนางยโสธราพิมพา


2 พระอานนท์


3 กาฬุทายีอำมาตย์


4 นายฉันนะ


5 ม้ากัณฑกะ


6 ต้นพระศรีมหาโพธิ์


7ขุมทองทั้ง 4 ( สังขนิธี,เอลนิธี,อุบลนิธี,บุณฑริกนิธี)



เหตุการณ์สำคัญที่ต้นโพธิ์เกี่ยวพันกับพระพุทธองค์คือในวันที่ทรงตรัสรู้


เย็นวันนั้น เมื่อทรงรับหญ้ากุศะ จากพราหมณ์โสตถิยะทรงนำมาปูลาดเป็นอาสนะที่โคนต้นโพธิ์แล้ว ทรงงประทับนั่งขัดสมาธิ ตั้งพระทัยแน่วว่าหากไม่บรรลุโพธิญาณ จะไม่ทรงลุกขึ้น


โคนต้นโพธิ์ที่ประทับนั่งนั้น จึงเรียกว่า โพธิ์บัลลังก์



และในยามที่อาทิตย์กำลังจะลับทิวไม้ พยามารก็ยกไพร่พลมาผจญพระองค์เพื่อไม่ให้บรรลุพระประสงค์ ไพร่พลที่ยกมา มากมายจนเทพยดาที่คอยอารักษ์พระองค์ล้วนเกรงกลัว หลบหนีไปหมด


พยามารได้กล่าวตู่ว่า พระองค์ยึดเอาบัลลังก์ของตนไป ต้องลุกจากอาสนะนั้น พระพุทธองค์ไม่เห็นผู้ใดพอจะเป็นพยานได้ จึงทรงชี้พระดัชนีลงยังพื้นพระธรณี พระนางธรณี จึงผุดขึ้นมาเป็นพยาน



ปฐมสมโพธิกล่าวว่า พระธรณีอุบัติขึ้นเป็นรูปนารี กล่าวเป็นพยานแก่มหาบุรุษ พร้อมทั้งบีบน้ำ “ทักษิโณทก” อันนคือน้ำที่พระพุทธองค์ทรงกรวดทุกครั้งที่ทรงบำเพ็ญบุญบารมีมาทุกปางชาติ ซึ่งพระนางธรณีก็เก็บไว้ที่มวยผม


“เป็นท่อธารมหามหรรณพ นองท่วมไปในประเทศทั้งปวง ประดุจห้วงมหาสาครสมุทร...หมู่มารทั้งหลายมิอาจดำรงกายอยุ่ได้ ก็ลอยไปตามกระแสน้ำ ปลาสนาการไปสิ้น ส่วนคิรีเมขลคชินทร ที่นั่งทรงองค์พระยาวัสสวดี ก็มีบาทาอันพลาด มิอาจตั้งกายตรงอยู่ได้ ก็ลอยตามชลธารไปตราบเท่าถึงมหาสาคร....พระยามารก็พ่ายไปในที่สุด”



มีการถอดความว่า มารในที่นี้คือกิเลสในใจคนนั้นเอง เป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับสติปัญญา พระพุทธองค์ในขณะนั้น ในพระทัยยังมีกิเลสอยู่ แต่เป็นกิเลสที่กำลังจะหลุดจากขั้วพระทัย กิเลสนี้คือความห่วงใย คิดถึงความหลัง ความสุขในราชสมบัติ แต่ก็ทรงชนะกิเลสนี้ได้ ด้วยพระบารมีที่ทรงสั่งสมมา



เมื่อทรงมีชัยชนะแก่มาร ทรงบำเพ็ญสมาธิ และบรรลุญาณที่ใต้ต้นโพธิ์นั้น ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทวยเทพต่างยินดี แซ่ซ้อง ขับร้องเป็นพุทธบูชากันถ้วนหน้า



ต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พุทธคยาเป็นรุ่นที่สามของต้นโพธิ์ในครั้งพุทธกาล โดยต้นที่พระพุทธองค์ประทับนั่งตรัสรู้นั้นถูกโค่นทำลายไป แต่เมื่อนำนมโคไปราดที่ราก ก็แตกแขนง ก่อเป็นลำต้นขึ้นมาใหม่ ครั้นต้นที่สองตายไป ก็มีหน่อแตกใหม่ เติบโต ตั้งมั่นอยู่ที่พุทธคยาจนปัจจุบันนี้



ยังมีต้นโพธิ์อีกต้น ที่พระอานนท์อำนวยการให้ปลูกไว้ เพื่อเป็น “เจดีย์” กราบไหว้ แทนพระพุทธองค์ในยามที่พระองค์ไม่ได้ประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวัน โพธิ์ต้นนั้นเรียก “อานันทโพธิ” (ต้นโพธิ์พระอานนท์)


............................................................

อ้างอิงเรื่องและรูป

เหม เวชกร สมุดภาพพระพุทธประวัติ ธรรมสภา 35/270 จรัลสนิทวงศ์ 62 บางพลัด บางกอกน้อย กรุงเทพ


เสถียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต สิ่งแรกในพระพุทธศาสนา เกษมอนันต์พริ้นติ้ง 02-809-7452-4


ศาสตรจารย์ พเยาว์ เหมือนวงษ์ญาติ ไม้พุทธประวัติ สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด้จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชวังดุสิต กรุงเทพ


พนิตา อังจันทรเพ็ญ พระพุทธประวัติ สมุดภาพจิตรกรรมไทยเฉลิมพระเกียรติ 81 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ธรรมสภา 1 / 4-5 ถ.บรมราชชนนี เขตทวีวัฒนา กรุงเทพ







6 หญ้ากุศะ


หญ้ากุศะ หรือหญ้าคา หญ้าที่เป็นประดุจบัลลังก์อันพระพุทธองค์ประทับนั่งตรัสรู้


วันที่พระองค์จะตรัสรู้นั้น กลางวัน ทรงประทับนั่งในดงไม้สาละ เวลาเย็น จึงเสด็จไปประทับนั่งใต้ต้นโพธิ์ (ซึ่งเดิมนั้น ยังไม่ได้ใช้ชื่อนี้)


ระหว่างทางที่เสด็จไปโคนต้นโพธิ์ ทรงสวนทางกับชายผู้หนึ่งซึ่งอยู่ในวรรณะพราหมณ์ ชื่อ โสตถิยะ พราหมณ์โสตถิยะถือหญ้าคามา 8 กำ จึงถวายหญ้าทั้ง 8 กำนั้นต่อพระพุทธองค์


ทรงรับไว้ แล้วนำไปปูเป็นอาสนะสำหรับประทับนั่งที่โคนต้นโพธิ์ ที่ที่ทรงผจญกับกิเลสเป็นครั้งสุดท้าย



หญ้าคาทั้ง 8 กำนี้ มีคำอธิบายว่าเปรียบกับ มรรคมีองค์ 8 อันเป็นหนทางปฏิบัติเพื่อให้พ้นทุกข์นั้นเอง


.......................................................................


อ้างอิงเรื่อง และรูป


เหม เวชกร สมุดภาพพระพุทธประวัติ ธรรมสภา 35/270 จรัลสนิทวงศ์ 62 บางพลัด บางกอกน้อย กรุงเทพ


เสถียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต สิ่งแรกในพระพุทธศาสนา เกษมอนันต์พริ้นติ้ง 02-809-7452-4


ศาสตรจารย์ พเยาว์ เหมือนวงษ์ญาติ ไม้พุทธประวัติ สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด้จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชวังดุสิต กรุงเทพ

วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2552

1 บัว

เมื่อดิฉันได้หนังสือ “ไม้พุทธประวัติ” อันเป็นหนังสือในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ผู้เขียนได้นำพันธ์ไม้แต่ละชนิด และเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องตามพุทธประวัติ เสนอร่วมกันอย่างน่าสนใจ ดิฉันจึงเกิดความคิดอยากเขียนเรื่องเกี่ยวกับพรรณไม้ในพุทธประวัติ โดยเน้นที่เหตุการณ์ตามพุทธประวัติมากกว่าพรรณไม้ ตามหลักฐานที่พอหาได้ อันอาจเป็นสาระที่สร้างความศรัทธาในพระศาสนาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น


จึงรวบรวมเนื้อหาโดยยึดเนื้อความหลักจาก “สมุดภาพพุทธประวัติ” ที่วาดโดยครูเหม เวชกร ซึ่งสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณฯ (ปุ่น ปุณฺณสิริ) สมเด็จพระสังฆราช วัดพระเชตุพน เมื่อครั้งทรงสมณศักดิ์เป็นพระธรรมวโรดมโปรดให้วาดตามหนังสือปฐมสมโพธิ ฉบับสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส วัดพระเชตุพน หนังสือ “ไม้พุทธประวัติ” ซึ่งเรียบเรียงโดยศาสตราจารย์ ดร. พเยาว์ เหมือนวงษ์ญาติ และเล่มอื่นๆเข้าด้วยกัน แล้วเรียบเรียงระเรื่อยตามเหตุการณ์


หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อพุทธศาสนิกชนบ้างตามสมควรนะคะ

1 บัว

บัว เป็นดอกไม้ที่เกี่ยวข้องกับพุทธประวัติอยู่หลายตอน

เหตุการณ์แรก เมื่อพระโพธิสัตว์ ซึ่งต่อมาคือเจ้าชายสิทธัตถะ เสด็จจากสวรรค์ชั้นดุสิตเพื่อเข้าสู่พระครรภ์พระมารดา วันที่เสด็จลงมาบังเกิดนั้น ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8



คืนนั้น พระนางสิริมหามายา พระมาดาทรงมีพระสุบินนิมิตว่า พระนางได้เข้าไปอยู่ในป่าหิมพานต์ ได้มีช้างเผือกเชือกหนึ่ง ลงมาจากยอดเขาสูง เข้ามาหาพระนาง

ปฐมสมโพธิ พรรณนาเหตุการณ์ตอนนี้ไว้ว่า


“มีเศวตหัตถีช้างหนึ่ง...ชูงวงอันจับปทุมชาติสีขาว มีเสาวคนธ์หอมฟุ้งตรลบ แล้วร้องโกญจนาทเข้ามาในกนกวิมาน แล้วกระทำประทักษิณพระองค์อันบรรทมถ้วนครบสามรอบแล้ว เหมือนดุจเข้าไปในอุทรประเทศ ฝ่ายทักษิณปรเศว์แห่งพระราชเทวี...”


ในขณะนั้น ได้เกิดบุพนิมิตขึ้น 32 ประการ ประการที่เกี่ยวกับดอกบัวคือ มีดอกบัวปทุมชาติหรือบัวหลวง 5 ชนิด อันได้แก่



สัตตบุษย์ หรือ บัวฉัตรขาว


บัวเข็มชมพู


บุณฑริก หรือ บัวหลวงขาว


ปทุม หรือ บัวหลวงชมพู


สัตตบงกช หรือบัวหลวงป้อมแดง

เหล่าปทุมชาติ เกิดดารดาษไปในน้ำและบนบกอย่างหนึ่ง ผุดงอกขึ้นจากแผ่นหินแห่งละเจ็ดดอกอย่างหนึ่ง และต้นพฤกษาลดาชาติ ก็เกิดดอกบัวออกตามลำต้นและกิ่งก้านอีกอย่างหนึ่ง


ต่อมา เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะประสูติ เมื่อทรงก้าวลงจากพระครรภ์ ทรงผินพระพักตร์ไปยังทิศอุดร ชี้พระดรรชนีขึ้นฟ้า แล้วเสด็จดำเนินไป 7 ก้าว แต่ละก้าวมีดอกบัวผุดขึ้นมารองรับ และทรงเปล่งอาสภิวาจา(วาจาอย่างองอาจ)ว่า เราเป็นผู้เลิศของโลก เป็นผู้ใหญ่ที่สุดของโลก เป็นผู้ประเสริฐที่สุดของโลก นี้เป็นการเกิดครั้งสุดท้าย ไม่มีการเกิดใหม่อีกต่อไป


ดอกบัวที่ผุดขึ้นมารับพระบาทนี้ หมายถึงพระองค์จะเป็นผู้บริสุทธิ์ ปราศจากกิเลสโดยสิ้นเชิง (ซึ่งเสถียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิตบอกว่า ในพระไตรปิฎกไม่ได้พูดถึง แต่มีเพิ่มขึ้นภายหลัง)


ราชบัณฑิตยังให้ความเห็นเกี่ยวกับการที่พระพุทธองค์สามารถตรัสได้ทันทีที่ประสูติต่อคำถามที่ว่า เป็นเพียงสัญลักษณ์เปรียบเทียบถึงอะไร หรือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ท่านตอบว่ามีเขียนไว้ในพระไตรปิฎก โดยพระพุทธองค์ตรัสเล่าให้สาวกฟังด้วยพระองค์เอง โดยทรงสรุปสั้นๆว่า “เป็นธรรมดาของพระโพธิสัตว์” โดยท่านยกขึ้นเปรียบเทียบกับเด็กชายที่ได้บันทึกไว้ในกินเนสส์บุค คือ คริสเตียน ไฮเนเก้น ที่เกิดมาสองชั่วโมงก็พูดได้ อายุ 4 ขวบ ก็พูดได้ 7 ภาษา พออายุ 7 ขวบ สามารถแสดงปาฐกถาเรื่องอภิปรัชญาชั้นสูงให้ที่ประชุมปราชญ์ได้ทึ่ง


เหตุการณ์ที่สาม เมื่อทรงมีพระชนมายุได้ 7 พรรษา พระราชบิดาโปรดให้ขุดสระโบกขรณี 3 สระ สำหรับให้ทรงลงเล่นน้ำ โดยปลุกอุบลบัวขาบสระหนึ่ง ปทุมบัวหลวงสระหนึ่ง และบุณฑริกบัวขาวอีกสระหนึ่ง ครั้นเมื่อพระองค์ได้อภิเษกสมรสกับพระนางยโศธรา พิมพา ต่อมา พระนางทรงพระครรภ์ ทรงทราบข่าวการมีประสูติกาลของพระโอรส (คือพระราหุล) ที่ริมสระบัว


และเมื่อทรงตรัสรู้ ทรงเปรียบเวไนยสัตว์ อุปมาดังบัว สี่เหล่า คือ


เหล่าที่ 1 อุคคติตัญญูบุคคล คือผู้มีกิเลสเบาบาง มีปัญญา เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถเข้าใจได้ในทันที เปรียบเหมือนบัวที่โผล่พ้นน้ำ พอต้องแสงอาทิตย์ ก็บานทันที


เหล่าที่2 วิปัจจิคัญญูบุคคล กิเลสค่อนบ้างน้อย อินทรีย์ปานกลาง หากได้ฟัง และมีการอธิบายซ้ำอีกครั้งก็จะเข้าใจ เปรียบเหมือนบัวที่อยุ่พอดีกับผิวน้ำ พร้อมที่จะบานในวันต่อไป


เหล่าที่ 3 เนยยบุคคล ผู้ที่มีกิเลสปานกลาง ต้องหมั่นศึกษา คบกัลยาณมิตร จึงจะสามารถรู้ธรรม เปรียบเหมือนบัวที่ยังจมอยู่ในน้ำ คอยวันโผล่พ้นน้ำ เพื่อที่จะบานในวันต่อๆไป


เหล่า 4 ปทปรมบุคคล ผู้ที่มีกิเลสหนา ปัญญาทึบ ไม่สามารถบรรลุธรรมวิเศษได้ เปรียบเสมือนบัวที่จมอยุ่ใต้น้ำลึก ไม่สามารถโผล่พ้นน้ำขึ้นมาได้ รังแต่จะเป็นอาหารของเต่าปลาต่อไป


อีกเหตุการณ์หนึ่งคือ ครหพินน์เจ็บใจที่สิริตุตถ์หลอกอาจารย์เดียรถีร์ของตนให้ตกลงไปในหลุมอุจจาะ จึงคิดแก้แค้น หลอกพระพุทธเจ้าอันเป็นอาจารย์ของสิริคุตถ์บ้าง โดยล่อให้ตกลงไปในหลุมที่ก่อไฟด้วยไม้ตะเคียน ปรากฏว่ามีดอกบัว ผุดขึ้นมารับพระบาทพระองค์


เหล่านี้คือเรื่องราวของ “บัว” ที่เกี่ยวข้องในพุทธศาสนาค่ะ


............................................


อ้างอิงเรื่อง และรูป


เหม เวชกร สมุดภาพพระพุทธประวัติ ธรรมสภา 35/270 จรัลสนิทวงศ์ 62 บางพลัด บางกอกน้อย กรุงเทพ


เสถียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต สิ่งแรกในพระพุทธศาสนา เกษมอนันต์พริ้นติ้ง 02-809-7452-4


ศาสตรจารย์ พเยาว์ เหมือนวงษ์ญาติ ไม้พุทธประวัติ สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด้จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชวังดุสิต กรุงเทพ


สุปรียา จันทะเหล่า บัว1 อัมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) 65/101-103 ถ.ชัยพฤกษ์ ตลิ่งชัน กรุงเทพ 10170